18 May 2008

วิจารณ์ และ เสริม เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน

หนังสือ เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน เขียนโดย ดังตฤณ

สามารถ download มาอ่าน มาฟังเสียงอ่านเพราะๆได้ จาก dungtrin.com ซึ่งท่านผู้เขียนได้กรุณาให้ download ไว้ พร้อมกับหนังสือน่าอ่านอีกหลายๆเล่ม

เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน เป็็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องกรรม ในลักษณะว่า กรรมดี กรรมชั่ว และการให้้ผลนั้น เป็นเสมือนเกมส์ "เกมส์กรรม" ซึ่งก็ไม่ผิดที่จะกล่าวอย่างนั้น เพราะี่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทรงตรัสว่า "ความตายเป็นกีฬาของชีวิต" คือ เราเกิดแล้วก็ตาย ตายแล้วก็เกิด วนไปวนมาอย่างนี้นับชาติไม่ถ้วน ไม่หยุดไม่หย่อน อีกทั้ง คนและสัตว์นี่ เกิดมาเท่าไร ก็ตายเท่านั้นทั้งหมด ไม่มีใครพ้นไปได้ แต่ก็ยังเกิด ยังตายกันอยู่

เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน กระตุ้นเตือนให้เราระลึกถึงความตายว่า เราจะตายเมื่อไร ก็ไม่รู้ โดยท่านผู้เขียนได้ยกความตายหลายๆแบบ หลายๆช่วงอายุมาให้เห็น ซึ่งถ้าเราคิดดูกันจริงๆ แล้ว ถ้าเราหายใจเข้า แล้วไม่หายใจออก หรือออกแล้วไม่เข้า ก็ซี๊แหง และร่างกายคนและสัตว์นี้ มันช่างบอบบาง เกาแรงๆหน่อย เลือดซึม ลองโดนของแข็งๆ ที่มีอยู่รอบตัวชนเข้า ก็แตกหักได้ เหมือนตุ๊กตาดินน้ำมัน หรือถ้าโดนตรงจุดสักหน่อยก็ตายซะงั้น นี่เราตายกันได้ง่ายๆดายๆ ดูดีๆ มีรางวัล

เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน บอกด้วยว่า พระพุทธเจ้าท่านสอนให้บอกกับคนที่กำลังจะตายว่าอย่างไร และหนังสือ ก็แนะว่า กฎเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินให้เราๆ ไปดี ไปร้าย ก็คือศีล ศีล 5 เราต้องรักษาไว้ให้มั่นเพื่อความอยู่เป็นปกติสุข และความไม่ไปสู่นรก

ในบทสรุป เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน เน้นแนะให้เราฝึก มหาสติปัฏฐาน 4 หรือที่ท่านผู้เขียนเรียกว่า "วิชารู้ตามจริง" ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งความจริง มหาสติปัฏฐาน 4 นั้น องค์สมเด็จพระทศพลท่านตรัสว่า "เป็นทางสายเอก" เลยทีเดียว ซึ่งเริ่มฝึกได้จากการรู้ลมหายใจเข้า หายใจออก หลวงพ่อ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ท่านบอกว่าคือ อานาปานสติกรรมฐาน นั้นเอง ท่านผู้อ่านสามารถศึกษาจากที่หลวงพ่อท่านเมตตาสอนมหาสติปัฏฐาน 4 ไว้ได้เพิ่มเติมค่ะ หรือที่คุณดังตฤณเขียนไว้ก็มีให้อ่านที่ dungtrin.com เช่นกัน

การฝึกเพื่อตัดกิเลสนี่ ความจริงทำได้หลายแบบนะคะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงเมตตาสอนไว้มากมาย เท่าที่ฉันฟังมา อ่านมา ท่านว่า พระโสดาบัน และพระสกิทาคามี มีอธิศีล คือมีความหนักแน่นในเรื่องศีล ไม่ได้ใช้สมาธิมาก ใช้การพิจรณาเป็นส่วนมาก พระอนาคามี มีอธิจิต คือหนักไปในด้านสมาธิ พระอรหันต์มีอธิปัญญา คือต้องใช้ปัญญา และมีปัญญามาก พระอริยบุคคล 4 จำพวกที่เราสวดกันว่า เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยื่ยมไม่มีนาบุญอื่นเทียบได้นั้น เป็นผู้ตัดกิเลสได้ในระดับที่ต่างกัน และเป็นผู้ที่ไม่ไปนรกอีกแล้วแน่นอน และมีพระนิพพานเป็นที่หวังได้ ท่านบอกว่า สำหรับพระอริยบุคคลอันดับแรกสุด พระโสดาบัน เป็นผู้ไม่สงสัยในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ และเป็นผู้ที่นึกถึงความตายเป็นอารมณ์ คือรู้ว่าจะตายอยู่เสมอ เราก็ตาย เขาก็ต้องตาย อาจจะตายตอนนี้ที่กำลังอ่าน กำลังจิ้มคีย์บอร์ดกันอยู่ ลมหายใจนี้เลยก็ได้ มันไม่แน่นี่คุณ มีศีลบริสุทธิ์ และนึกถึงความตายไว้เสมอๆ ดี พยายามรู้ลมหายใจว่าตอนนี้หายใจเข้าหรือออกอยู่ แล้วรู้ว่า ถ้าเราไม่หายใจออกเราก็ตาย หรือออกแล้วไม่เข้าอีก เราก็ตาย เราตายอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก ฉะนั้นจะโลภ จะโกรธ จะหลง ให้ใจเราขุ่นมัวห่างไกลสุขไปทำไมกันหนอ ถ้าเรานึกถึงความตายเราก็ไม่ทำไม่ดี ต้องพยายามฝึกกันค่ะ

ท่านให้รู้ลมหายใจตลอดเวลา จะกินอยู่ พูดอยู่ ทำอะไรอยู่ เพราะยังไงร่างกายเราก็ต้องหายใจตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่ได้ดูมันเท่านั้นเอง ไม่หายใจก็ตายซิ

ถ้าลองได้อ่าน เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน อาจจะรู้สึกว่า เป็นหนังสือที่อ่านยากสักหน่อย เพราะท่านผู้เขียนมีความสามารถในการเขียนสูงมาก ใช้คำพรรณนาเก่งมาก ซึ่งถ้าไม่ตั้งใจอ่านดีๆ จะเพลินกับคำเพราะๆ ไปจนอาจลืมนึกถึงความหมายไปได้

ฉะนั้น ฉันจะขอแนะนำหนังสือเพิ่มเติมที่่พระท่านเขียนไว้ สำหรับท่านผู้สนใจในเรื่อง กรรม นรก สวรรค์ และการทำบุญ จะได้ค้นคว้าเพิ่มเติมกันได้ ให้เข้าใจกันง่ายๆ ดูในบทความ แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับ กรรม นรก สวรรค์ และการทำดี Books on karma นะคะ้

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้เราทุกท่านทุกคน เป็นผู้ที่เกรงกลัวต่อบาป ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ ท่องพุทโธใว้เมื่อทำได้ ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ความตายเป็นของเที่ยง สำหรับทุกคนที่เราเห็น ที่เรารัก และร่างกายเราเอง

ขอให้มีความสุขค่ะ

No comments:

Add to Google Reader or Homepage