02 August 2008

ความตาย กับ ที่พึ่งของใจ Death and Dependable things

มีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง น่าสงสารมาก เมื่อต้นปี พ่อเสีย แล้วกลางปี (เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง) แม่ก็จากไปอีกคน...

เวลาคนตายนี่ ก็คือ คนๆนั้นหายไปจากโลกเลย ก็หายไปเลย เราก็ไม่เจอเขาอีก แต่การตายนี่มันตายกันทุกคน ตายกันอยู่เรื่อยๆ ตัวเราเองก็อาจจะหายไปจากโลกนี้เมื่อไรก็ได้เหมือนกันนะความจริง คือเมื่อมีเกิด ก็ต้องมีตาย คนและสัตว์ในโลก เกิดเท่าไร ก็ตายเท่านั้น เป็นสูตรง่ายๆตรงๆอย่างนั้นเลย
เกิด = ตาย

ก็เกิดมาแล้วมันต้องตายทุกคนนี่ ชี้หัวไว้ได้เลย คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ที่เราเจอๆ ไอ้นี่ต้องตาย หมอนี่ต้องตาย ไอนั่นก็ต้องตาย น้องสุดสวยก็ต้องตาย แล้วดูกระจกก็ชี้ไปบ้างว่า ไอ้เรานี่ก็ต้องตายเหมือนกันหละหว่า

แล้วทีนี้ เมื่อเรารู้สึกว่า เราต้องอยู่คนเดียว ตัวคนเดียว ไม่มีที่พึ่งเลย เพราะทุกคนรอบๆตัวเราก็ตายหมด เราก็ต้องตายอีก แล้วเวลาตายก็ตายคนเดียว แม้จะมีคนจับมืออยู่ข้างๆ เขาก็ไม่ได้ไปกับเราด้วย มีแต่เราไปคนเดียว แล้วชีวิตคนนี่มันเคว้งคว้าง ขาดที่พึ่งขนาดนี้เลยหรือ? แล้วเราจะทำยังไงดี? ช่วยด้วย!!

ถ้าเคยสวดมนต์ทำวัตรเช้าแบบแปลเป็นไทย จะรู้ว่าท่านมีบทสวด สวดกันทุกเช้าว่า เวลาบุคคลและสัตว์ประสบภัย ถูกภัยคุกคาม ก็ต่างพากันหาที่พึ่ง หาภูเขาและต้นไม้บ้าง เจดีบ้าง เป็นที่พึ่ง แต่ที่พึ่งเหล่านั้นไม่ใช่ที่พึ่งอันสูงสุด ไม่ใช่ที่พึ่งอันพ้นจากภัย... นี่พระท่านต้องสวดกันทุกวัน แสดงว่าบทนี้สำคัญ บทที่พึ่งนี่ เพราะเมื่อเกิดเหตุกระทบใจเรา แล้วเรารู้สึกไม่มีที่พึ่งก็เคว้งคว้าง สติแตกไปเลยได้ ท่านเลยให้สวดจำไว้ให้ขึ้นใจว่า

ที่พึ่งอันสูงสุด ที่พึ่งที่ทำให้พ้นจากภัยนั้นมี ก็คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

  • พระพุทธ ก็คือพระพุทธเจ้าองค์จริงๆเลยนั่นแหละ ที่ตรัสรู้ แล้วก็ทรงมาสอนเรานั่นแหละ ไม่ใช่พระพุทธรูปนะ พระพุทธเจ้าองค์จริงๆ ท่านเป็นที่พึ่งให้เราได้ แล้วถ้าเรามีท่านเป็นที่พึ่งได้จะดีขนาดไหน ลองคิดดู พระพุทธเจ้าองค์จริงๆเลยนะ
  • พระธรรม ก็คือ ธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ธรรมะ แปลว่า ความจริง แล้วพระพุทธเจ้าท่านตรัสก็ว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นตถาคต คือ เมื่อเห็นธรรมะ ก็จะเห็นพระพุทธเจ้า เมื่อเราเห็นความจริง เราก็จะเห็นพระพุทธเจ้า ชักเริ่มง่ายแล้วไหมหละ ฉะนั้นถ้าเราอยากเจอท่าน เราก็มองความจริงเข้าไว้ มองหาความจริงให้พบ ก็ยึดเอาความจริง คือพระธรรมเป็นที่พึ่งด้วย
  • พระสงฆ์ หมายถึง พระอริยสงฆ์นะ ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เพราะท่านนำคำสอนที่ถูกต้องของพระพุทธเจ้ามาสอนเรา ท่านนำพระธรรม นำความจริงมาสอนเรา ถ้าพระเอาความไม่จริงมาสอนเรา ก็แสดงว่าไม่ใช่พระนะ ฉะนั้นเราก็ยึดเอาพระอริยสงฆ์ด้วยเป็นที่พึ่ง

ถ้าเรายึดเอาพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ยึดเอาที่พึ่งทั้ง 3 นี้ไว้ในใจเรา เราก็จะได้ที่พึ่งที่ผู้อื่นหาได้โดยยาก ^_^

จริงนะ ลองทำดู เวลาที่ชีวิตตกต่ำลองนึกถึงพระพุทธเจ้า นึกถึงพระองค์ที่มีชีิวิตอะนะ นึกว่าเราไปหาท่าน แล้วก็ถามท่าน ทำไมยังงี้ ทำไม อะไร ยังไง ที่เรามักจะถามตัวเอง แต่ทีนี้เราถามท่าน ลองถามดู แล้วก็ลองดูตามความเป็นจริง ลองค่อยๆดู แล้วมันก็จะมีคำตอบขึ้นมาเอง

นี่หละที่พึ่งที่ผู้อื่นพึงหาได้โดยยาก *^_^*

No comments: